| Suchi's profileMy little homePhotosBlogLists | Help |
|
October 12 คิดถึงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงคิดถึง...........ปู่ คิดถึง...........บ้าน คิดถึง..........สงขลา คิดถึง..........โรงเรียนวรนารีเฉลิม คิดถึง..........เพื่อนๆที่ร่วมผ่านอะไรมากมายกันมา คิดถึง..........เราคนเก่า คิดถึง.........คนที่คอยปลอบใจ คิดถึง.........คนที่เคยอยู่ข้างเรา สิ่งเหล่านี้ที่เราคิดถึงมันหายไปไหนหมด ไม่มีอีกแล้ว... วันนี้ร้องไห้อีกแล้ว ไม่รู้เป็นเพราะอะไร อยากได้สิ่งเหล่านี้คืนมาจัง มันเหงา มันเศร้า มันอ้างว้างนะ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปยืนตรงไหน ทำไมเราต้องเป็นอย่างนี้อยู่เรื่อยเรย นานแล้วที่เราไม่ได้เข้ามาที่นี่ ....ผ่านเรื่องราวมามากมาย ....มีคนรอบกายมากมาย ....มีอะไรหลายๆอย่างที่ต้องทำ ...มีความเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างเกิดขึ้น ...สุดท้ายก็ต้องกลับมาที่นี่ ....ที่เป็นเหมือนบ้านหลังน้อยๆ ...เราจะได้พัก หยุดคิด และปลดปล่อย ...ที่ๆอยากให้มีควาอบอุ่น ...หวังว่าจะมีคนปลอบใจ ...แต่ตอนนี้คงไม่มีใครอยู่แล้ว ...สิ่งที่หายไปมันช่างน่าใจหาย ...แต่เราก็ต้องทำใจรับมัน เอาเถอะ วันนึงก็จะทำใจได้เอง ยังไงเราก็คิดถึงทุกคนอยู่นะ สบายดี หวังว่าคงสบายดีกันนะ May 31 เปิดเทอมแล้ววันที่ 28 พ.ค. วันแรกของการเปิดเทอมปี 4
เดินในมหาลัยด้วยความแก่(ห้ามแซวว่ามีมานานแล้ว)
อันนี้ไม่ได้หมายถึงหน้าแก่ แต่หมายถึงอายุของการอยู่ในมหาลัยน่ะ
เดินไปไหนก็ไม่มีละรุ่นพี่ มองไปทางไหนก็มีแต่น้องๆอ่ะ
เริ่มเปิดเทอมวันแรกก็เครียดเรยอ่ะช้าน
ก็ไอ้วิชาแรกน่ะ ดันไปเรียนกะอาจารย์ที่ไม่เหมือนคนอื่นเค้า
แล้วอาจารย์ก็โหดอ่ะ ต้องอ่าน Text มาทุกอาทิตย์
อ่านหนังสือพิมพ์บ่อยๆ ห้ามเข้าสาย ห้ามใส่ชุดไปรเวท
ห้ามมีเสียงโทรศัพท์ ถ้าดังออกมาแม้แต่แอะเดียวก็เชิญออกไป
....และไม่ต้องกลับมาอีกเรย
แล้วก็ให้ทำป้ายชื่อด้วย เพราะมีคะแนน Participation
กรรมเวร เครียดเรยช้านนนน
เอาเถอะๆปีสุดท้ายละต้องสู้เต็มที่
ทุกครั้งที่ฉันคิดถึงเธอ
ใจมันคอยบอกตัวเองอยู่เสมอ ว่าเธอนั้นเป็นสุขไปแล้ว ทุกครั้งที่ฉันนั้นเห็นภาพเธอ วันคืนเก่าๆ ก็กลับมาเสมอ มีแต่เธอที่จะไม่กลับมาแล้ว ยังมีอีกหลายสิ่ง ที่ฉันยังไม่เคยพูดสักที และมีอีกหลายอย่าง ที่ไม่เคยทำจนวันนี้ รัก.... รักเธอ ทั้งหมดของหัวใจ สิ่งเหล่านั้นเก็บไว้ข้างใน เธอได้ยินไหมคนดี อยากขอ.....ให้ความรู้สึกที่ฉันมี ส่งไปถึงเธอที่แสนดี ว่าชีวิตนี้ฉันมีแต่เธอดังความฝัน จะพบกัน อีกได้ไหม หากฉันนั้นรู้ตัว ก็คงไม่มัวเก็บมาจนวันนี้ โอ้คนดีนั้นคงได้บอกไปแล้ว ยังมีอีกหลายสิ่ง ที่ฉันยังไม่เคยพูดสักที และมีอีกหลายอย่าง ที่ไม่เคยทำจนวันนี้ รัก.... รักเธอ ทั้งหมดของหัวใจ สิ่งเหล่านั้นเก็บไว้ข้างใน เธอได้ยินไหมคนดี อยากขอ.....ให้ความรู้สึกที่ฉันมี ส่งไปถึงเธอที่แสนดี ว่าชีวิตนี้ฉันมีแต่เธอดังความฝัน จะพบกัน อีกได้ไหม ยังมีอีกหลายสิ่ง ที่ฉันยังไม่เคยพูดสักที และมีอีกหลายอย่าง ที่ไม่เคยทำจนวันนี้..... รัก.... รักเธอ ทั้งหมดของหัวใจ สิ่งเหล่านั้นเก็บไว้ข้างใน เธอได้ยินไหมคนดี อยากขอ.....ให้ความรู้สึกที่ฉันมี ส่งไปถึงเธอที่แสนดี ว่าชีวิตนี้ฉันมีแต่เธอดังความฝัน จะพบกัน บอก..รัก.... รักเธอ ทั้งหมดของหัวใจ สิ่งเหล่านั้นเก็บไว้ข้างใน เธอได้ยินไหมคนดี อยากขอ.....ให้ความรู้สึกที่ฉันมี ส่งไปถึงเธอที่แสนดี ว่าชีวิตนี้ฉันมีแต่เธอดังความฝัน แล้วสักวันจะไปหา ชีวิตเราตั้งแต่เกิดมา ก็ยังไม่เคยรู้จักความรักจริงๆจังซักกะที
มันทำให้เราเกิดข้อสงสัยมากมาย ว่าความรักมันคืออะไรกันแน่
ใครหลายคนบอกว่าความรักมันทำให้เราตาบอด
บ้ างก็ว่าความรักทำให้โลกเป็นสีชมพู
บางทีความรักก็ทำให้คนไม่เป็นผู้เป็นคน
ยิ้มคนเดียวก็ได้.... ไม่หลับไม่นอนคุยแต่โทรศัพท์
บางครั้งความรักก็ทำให้ลืมเพื่อน เพื่อนที่ไม่เคยลืมคุณ
หรือความรักทำให้คนสวยข้น ทำมฃให้อารมณ์ดีได้ทั้งวัน
แต่คนไม่เคยมีความรักอย่างเรา ไม่เคยได้เห็นแง่มุมดีดีซักเท่าไหร่
เพราะเพื่อช้านแต่ละคนโดนความรักทำร้าย
บางคนเสียการเรียนเพราะมัน
บางคนร้องไห้จนโทรม
บงคนถึงขั้นล้มป่วย
แล้วเราควรจะทำไง
ควรที่จะอยากรู้จักกับมันและพยายามให้มันเป็นสีชมพู
หรือควรทำใจและเลิกคิดถึงมันซะ
เราก็ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อถึงเวลาคงรู้เอง
แต่อยากบอกเพื่อนๆทั้งหลายของเรา
เวลาที่แกมีความสุขก็เล่าให้เราฟังบ้าง
เวลาที่แกทุกข์ เราจะได้เข้าใจว่าอือ ที่แกทุกข์เพราะแกเคยสุขมากมาย
เพราะตอนนี้เราไม่เข้าใจพวกแกว่า ถ้าแกแฃอกหักทำไม่ฃต้องร้องไห้
และทำร้ายตัวเองกันอย่างนั้น
แต่ทั้งหมดที่พิมพ์มานี่ ไม่ได้บอกว่าเราไม่อยากรับฟังความทุกข์ของใคร
ใครๆก็คงรู้ว่าเราอยู่ข้างเพื่อนๆของเราได้เสมอ
แต่ถ้าคิดจาพูดเรื่องความรักกะเรา และเราไม่เข้าใจ
ก็คงต้องทำใจว่าเราคงไม่เข้าใจความรู้สึกของใครซักเท่าไหร่
สิ่งที่เรามีได้อย่างเดียวคือ... ความห่วงใยให้แก
เราพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างและซับน้ำตาให้เพื่อนเราเสมอ
แต่เราไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมต้องร้องไห้กะคนที่เค้าไม่ใช่ของเรา
และคนที่ไม่ได้มีดี คู่ควรกะแกเรย
เราคงเครียดไปแล้ว ไม่ได้จะกดดันหรือทำให้ใครไม่สบายใจนะ
ทุกอย่างก็เพราะความรักและเป็นห่วงทุกคนจ้า
เราเป็ห่วงแกจริงๆนะ และรักแกเสมอเรย
ยังไงก็สมหวังกะความรักและทุกเรื่องๆนะทุกคน
เป็นห่วงเพื่อนๆเสมอ
วันนี้ไว้แค่นี้ก่อนนะ คิดถึงทุกคนเรย
ปล.ไอ้นุ่น แฟนยักษ์ TAG แกอ่ะไว้ก่อนนะ
วันนี้เล่นที่ร้านมันหลายตังแล้ว
แล้วว่างๆจะมาตอบจ้า
May 20 ความผูกพันในที่สุดก็ฝึกงานเสร็จจนได้
เอ้อ....รู้สึกสบายใจจัง เหมือนยกภูเขาออกจากอกเรย
แต่วันศุกร์ที่ 18 วันสุดท้ายก็แอบเศร้า
พี่ๆเค้าน่ารักกันมากๆ เรยแอบรู้สึกผูกพัน แม้จะแค่เดือนเดียวเอง
สุดท้ายก็จบแบบดีดี ประทับใจมากมาย
แม้จะไม่ได้อะไรมากอย่างที่คิด
แต่สิ่งสำคัญที่ได้รับจากที่นี่ ก็คือความความประทับใจในความเป็นกันเอง สนุกสนาน ใจดีของพี่ๆนี่แหละ
และได้รับรู้บรรกาศการทำงาน วัฒนธรรมองค์กร และข้อควรคำนึงในการทำงานนี่แหละ
และได้รู้ว่าการนั่งเล่นเน็ตทั้งวันมันทำให้ตาแฉะมากๆ 55+
แล้วเพื่อนๆที่ฝึกงานเป็นไงกันบ้าง สนุกมั้ย เล่าให้ฟังบ้างนะ
เดี๋ยวก็เปิดเทอมแล้วเป็นพี่ใหญ่เต็มตัวแล้ว
อีกแค่ปีเดียวก็เรียนจบกันแล้วนะ สู้ๆนะทุกคน
ขอให้เทอมสุดท้ายของทุกคนสนุกมากๆ และเก็บเกี่ยวความสนุกในชีวิตนักศึกษาให้เต็มที่นะ
เราก็จะพยายามเก็บเยอะๆเหมือนกัน อิอิ
สู้ๆนะ คิดถึงเพื่อนๆจ้า
ช่วงนี้เรารู้สึกแย่อีกละ
เหงาๆ เศร้าๆไงก็ไม่รู้ สงสัยจะคิดมากอีกตามเคย
แต่เอาเถอะเดี๋ยวก็กลับบ้านละ
กลับมาคงดีขึ้น วันนี้ไปละ
โชคดีนะทุกคน
May 09 ฟ้าจรดทรายจากบทประพันธ์อมตะของ โสภาค สุวรรณ ถูกถ่ายทอดออกมา เป็นภาพอันตระการตาเป็นครั้งแรก ในรูปแบบละครเพลงสุด อลังการโดย ถกลเกียรติ วีรวรรณ และทีมผู้สร้าง บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล และ ทวิภพ เดอะมิวสิคัล พบกับเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้น ณ อาณาจักรทะเล ทราย ท่ามกลางความร้อนระอุของสงครามชิงบังลังก์ ตื่นตาไป กับฉาก แสง เสียง สุดวิจิตร พรั่งพร้อมไปด้วยเสื้อผ้าเครื่องประดับอันหรูหรา ประณีต บทเพลงไพเราะมากมาย ระบำอาหรับ ที่แสนงดงาม แปลกตา และอบอวลไปด้วยมนต์เสน่ห์อันลึกลับของดินแดนทะเลทราย
มอส-ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ เป็นทั้งทหารและหมอที่มีความเชี่ยวชาญ ภูมิใจในวัฒนธรรมของบ้านเกิดเมืองนอน ซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อ องค์อาเหม็ดยิ่งชีพ นัท มีเรีย เบนเนเดตตี้ รักศักดิ์ศรี และความเท่าเทียม เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนมีคุณค่าไม่แพ้ผู้ชาย มีความเจ็บปวดในอดีตที่พ่อแม่เป็นคนต่างเชื้อชาติกัน เธอจึงถูกญาติๆรังเกียจ
แต่ชีวิตกลับต้องเผชิญกับ เหตุการณ์พลิกผันอย่างใหญ่หลวง วิทย์ AF1 เป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูงบ้าอำนาจ
ญาญ่า หญิง เอาแต่ใจตัวเอง รักแรงเกลียดแรง พร้อมจะทำลายทุกคนที่เข้ามาขวาง ความต้องการของตน ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ปกครองบ้านเมืองด้วยความสงบสุข เคร่งครัด ด้วยกฏระเบียบ ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องแผ่นดินฮิลฟารา และชาวเมืองใด้ อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ April 03 เล่าสู่กันฟังวันนี้ก็เป็นวันที่สองของการฝึกงานแล้วจ้า
วันแรกจะเป็นการปฐมนิเทศ
มีเด็กฝึกงาน 2 คนและพนักงานใหม่อีกเกือบสิบ
ก็คือจะมีการแนะนำพี่เลี้ยง แล้วก็มั CEO มาพูดถึงบริษัท
ก็เรยไม่ต้องทำไรอยู๋แตในห้องประชุม
ที่น่าเบื่อมาก เพราะเด็กฝึกงานอีกคนเค้าก็ไม่ค่อยพูด
ส่วนคนอื่นๆก็เป็นพี่ ที่จบแล้วเรยไม่กล้าคุยกะเค้า
แต่พี่ๆที่บริษัทที่มาเป็นพี่เลี้ยงอ่ะตลกดี น่ารักดี
ถึงจะเบื่อแต่ก็มีช่วงขำๆได้
ส่วนวันนี้ ที่ฝึกเป็นวันที่สองก็ซวยแต่เช้าเรย...
ก็คือวันนี้ออกช้ากว่าเมื่อวาน(เมื่อวานถึงเร็วไป15 นาที)
แต่วันนี้รถดันติด ก็เรยสายอยู่แล้ว แถมยังลงผิดป้ายอีก
เรยต้องนั่งรถ 3 ล้อกลับมา
แต่จริงที่นี่เค้าก็ไม่ค่อยซีเรียสอยู่แล้ว ปกติๆเค้าก็มาสายกัน
และวันนี้ก็ไม่ค่อยมีใครอยู่ออฟฟิศ เพราะมีสัมนาใหญ่ที่โรงแรมอโนมา
วันนี้พี่เค้าก็ให้งานเล็กๆน้อยๆมาเรื่อยๆ เช่นทำแฟ้มประวัติพนักงานใหม่
ให้โทรติดต่อหนังสือพิมพ์2-3 ฉบับ เพื่อถามราคาลงโฆษณาสมัครงาน
แล้วพี่แตง(พี่เลี้ยงเรา)ก็สอนส่งแฟ็กซ ถ่ายเอกสารจากเครื่องแฟ็ก
แล้วพี่อ๋อย(manager ฝ่ายเรา คือจริงๆฝ่ายเรามีสองคนเองคือ พี่แตงกะพี่อ๋อยนี่แหละ แหะๆ)
เค้าก็เอาหนังสือเรื่อง competency มาให้อ่าน ก็แก้เบื่อได้บ้าง
แล้วตอนไปกินข้าวพี่ๆก็พาไปเดินคลองสานด้วย ร้อนแต่ของก็สวยดีนะ
จบวันที่ว่างเปล่าแต่ก็ประทับใจ
เพราะพี่อ๋อยเค้าคงเห็นเราเบื่อๆ เค้าก็ปลอบใจว่าอาทิตย์เค้าจะให้งานเรา อย่าเพิ่งเบื่อ
อาทิตย์นี้ต้องปฐมนิเทศก่อน ต่ออีก2 วันน่ะ ให้แต่ละฝ่ายมาพูดถึงฝ่ายต่างๆในองค์กร
และอีกเรื่องก็ประทับใจ CEO ของบริษัท เค้าชื่อคุณสมเกียรติ ชินธรรมมิตร์
บังเอิญมากเรยแหละเค้าเป็นรุ่นพี่เรา
รุ่นพี่แบบตรงๆเลย เพราะเค้าจบจากธรรมศาสตร์ คณะเดียวกัน และสาขาเดียวกะเรา
ห้องเค้าจะอยู่แถวๆโต๊ะเรา แล้วก็แวะเข้ามาคุยกะเราด้วย
วันแรกที่เค้าเข้ามาคุยกะเราเราก็นึกว่าเป็นพนักงานธรรมดา แต่คุ้นหน้ามาก
มารู้ตอนหลังว่าเปน เจ้าของ และที่เราคุ้นหน้าค้าเพราะเราเห็นเค้าใน web ของบริษํท
แล้วเค้าก็ผ่านมาตอนที่เรากำลังดูอยู่ด้วย เราก็มะรู้เรื่องไรหรอก
แต่เค้าไปพูดในห้องปฐมนิเทศเรื่ององค์กร และพูดว่า บางคน(แล้วก็หันมาที่เรา)ได้ไปแอบดูมาแล้ว
เราก็แหะๆ ยิ้มๆ งงๆ แต่เค้าแบบว่าเป็นเจ้านายที่น่าประทับใจ ไม่ได้วางตัวเองอยู่สูง
คุยกะลูกน้องแบบง่ายๆ หรืออาจจะเป็นพราะองค์กรเล็ก รู้จักกันหมดก็มะรู้
เฮ้อพรุ่งนี้ มีปฐมนเศอีกละ หวังว่าคงไม่เบื่อ แล้วก็ไม่ง่วง แหะๆ
คิดถึงทุกคนเรยจ้า สู้ๆกันละกันนะ March 30 นี่มันอาชญากรรมชัดๆได้รู้จักคำนี้มากจากหนังสือเกาหลีเรื่องนึงที่พระเอกเป็นเด็กมหาลัยแต่นางเอกดันเป็นเด็กประถมซะงั้น เรียกว่าอาชญากรรมได้จริงๆ แล้วก็มาได้ยินอีกทีจากเรื่องสุภาพบุรุษชาวดิน ที่ ออยเล่น ช่อง 7 อ่ะ ก็เรยรู้สึกว่าเดี๋ยวมันต้องติดปากกันแน่เรย (หรือคนอื่นเค้ารู้กันมานานแล้วก็มะรู้)
มาเรื่องอาชญากรรมในวันนี้ของเราดีก่า
เรื่องก็มีอยู่ว่า วันจันนี้เราจะต้องไปฝึกงานแถววงเวียนใหญ่ ซึ่งเราก็เคยผ่านไปครั้งนึงแล้ว ก็เรยคิดว่าไม่น่ามีปัญหาไร เราก็ลองออกเวลาจริงว่ารถจะติดมั้ยไง ออกประมาณ 7 โมง แต่รถสายที่ไปครั้งที่แล้วอ่ะ(82)เราขึ้นหน้ามหาลัยด้วยคำแนะนำของยัยนก แต่ครั้งนี้เราตัดสินใจว่าจะขึ้นอีกสาย(57)ที่สามารถขึ้นที่หน้าหอได้เรย ก็ยืนรอรถนานพอสมควรเมื่อได้ขึ้นรถแล้วก็ถามกระเป๋าเพื่อความมั่นใจอีกครั้งว่า"ผ่านวงเวียนใหญ่ใช่มั้ยคะ" เค้าก็ตอบว่า"ใช่" เราก็โอเคคไม่มีปัญหาไรละ ก็นั่งไป แต่ก็ไม่ได้หลับนะ หลับไม่ลง มันแปลกที่อ่ะ ไปแค่ครั้งเดียวเอง นั่งไปก็เริ่มเป็นที่ๆแปลกตา ก็ไม่ได้อะไรก็คิดว่ามันคงอ้อมไปทางอื่นพอสมควร ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงที่มันน่าจะใกล้ถึงได้แล้ว เราก็เริ่มเห็นถนนลาดหญ้า ที่ที่เราจะต้องไป แต่เราคิดว่ามันอาจจะมีลาดหญ้าเยอะมากๆและกว้างก็ได้ และรถสายนี้มันอาจจะอ้อมมากๆ ก็เรยยังเฉยไว้ ต่อมาก็ถึงป้ายนึงที่คนลงเยอะมากๆ แต่มันอยู่ในซอยเล็กก็เรยคิดว่าไม่น่าจะเป็นวงเวียนใหญ่ ก็ยังคงทนนั่งต่อไป หลังจากนั้นมันก็เริ่มมีชื่อแปลกๆมา ทั้งบุคคโล จนถึงบางขุนนนท์ นั่งต่อไปซักพักก็มีป้ายวงเวียนใหญ่มาให้ใจชื้น แต่ขับไปขับไปก็ไม่มีวี่แววซักที จนผ่านไปหนึ่งชั่วโมง รถมันก็วกกลับ เราก็มั่นใจมากกว่า..................มันสุดสายแล้ว แล้วก็เจงๆ มันก็ขับเข้าไปที่พักรถสายนี้ และบอกให้ลงไปต่อคันหน้า เราก็เรยตัดสินใจโบกแท็กซี่ บอกเค้าว่าไปตึกชินธง แถวโรบินสันลาดหญ้า เค้าก็รับแบบหน้าตาเฉยๆ แท็กซี่ขับตรงออกมาประมาณ 1 กิโล เราก็เห็น ป.กุ้งเผา ซึ่งมันเหมือนแถวสายใต้ที่แถวหออ่ะ เราก็ไม่ได้อะไร ก็นึกว่ามันก็คงมีหลายสาขา อีกแป๊บก็เห็นเมเจอร์ ต่อด้วยเซ็นปิ่น และเมอรี่คิง จึงถึงบางอ้อว่ามันใกล้จะถึงหอเราแล้วเราก็เครียดเรยสิ เอาไงดีวะ เท่ากับเริ่มต้นใหม่หมด ถ้าจะนั่งรถแท็กซี่ต่อไป คงหลายร้อย และ bank ย่อยก็มีอยู่แค่ 100 เดียว ที่เหลือก็ bank หย่ายแล้วอ่ะ เราก็เรยต้องหน้าทนบอกแท็กซี่ไปว่า "หนูเปลี่ยนไปลงธรรมศาสตร์แทนละกันค่ะ" จะไปเริ่มต้นกะรถเมล์สายที่เคยไปแล้วมันไม่หลงอ่ะ แต่ความซวยมันไม่จบแค่นั่นน่ะสิ เพราะรถติดมากๆๆ ร้อนก็ร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย แต่ในที่สุดก็ถึงวงเวียนใหญ่จนได้ จากนั้นเราก็ต้องหารถต่อไปตึงชินธงที่ว่า ก็ยืนรอรถซักพักแหละ พอขึ้นไปคิดว่าน่าจะผ่านแน่ เพราะมันแค่สองป้ายเอง ก็ถามกระเป๋าเพื่อความแน่ใจ กระเป๋าก็งงว่าตึกไหน เราก็บอกว่าตรงข้ามธนบุรีพลาซ่าอ่ะค่ะ เขาก็บอกว่าไม่ใช่มั้ง น่าจะเป็นธนบุรีคาเฟ่ เราก็เริ่มใจไม่ดีอีกครั้ง พอถึงป้ายที่คิดว่าน่าจะใช่ก็มีน้องมัธยมคนนึงจะลงพอดี ก็เรยถามเค้า เค้าก็บอกว่าไม่รู้เหมือน กรรมเรยครับทีนี้ เราก็เรยลงอีกป้ายนึงถัดมา ถามคนที่อยู่แถวนั้น บอกชื่อตึกเค้าก็บอกว่าไม่รู้จัก แต่พอบอกธนบุรีคาเฟ่ เค้าก็บอกว่าตรงไป เดินมาออกไกลพอสมควรก็เรยถามป้าที่กวาดถนน เค้าก็มองหน้าเราแบบตำหนิๆ แล้วบอกว่าไม่ใช่ชินธง ชิดพงษ์ต่างหาก เราก็เริ่มงงทีนี้ ทำไมหูเราแย่ขนาดฟังผิดทั้งสองอย่างเรยหรือนี่ เดินมาซักพักก็เจอเป้าหมายจิงๆด้วย เป็นตึกไม่สูงนัก น่าจะแค่ประมาณไม่เกิน 10 ชั้น สีส้ม แต่แถวนั้นดูเงียบๆอ่ะ แม้จะห่างจากโรบินสันลาดหญ้าแค่ 2 ป้ายก็เถอะ พอไปเห็นก็กลับทันทีเพราะเหนื่อยและหิวมากแล้ว แต่สิ่งที่โชคดีก็คือ เราเจอสายที่มันสามารถขึ้นหน้าหอได้เรย ไม่ต้องต่อรถเรยด้วย และไม่ใช่อีสายแรก(57)ที่ทำเรางง (มารู้ตอนหลังว่ามันเข้าซอยก่อนจะถึงวงเวียนใหญ่ และไปออกหลังวงเวียนใหญ่ เซ้งมันจริงๆ) สายที่เราค้นพบใหม่คือ 149 กล้วยน้ำไท นั่นเอง อิอิ รักแกจัง และแล้วก็จบเรื่องการอ้อมโลกของเรา เฮ้อ เหนื่อยจริงๆเรยย โหเพิ่งมานั่งดูว่าพิมมาเยอะมาแล้ว พอแค่นี้ละกัน เดี๋ยวจะขี้เกียจอ่านกัน(เอ๊ะ หรือไม่อ่านอยู่แล้ว มะเปงไรเรามันคนไม่สำคัญ) เอาล่ะ เราจะไปตัดผมหน่อยหน้ามายาวแล้วรำคาญ ไปก่อนนะ เข้ามาทักทายกันบ้างเด้อ คิดถึงเพื่อนจัง March 29 เข้ากรุงแล้วคร้าบบบบบบบบบบบบหลังจากห่างหายออกนอกเมืองไปพักใหญ่
กลับมาอีกทีด้วยความอ้วนอีกแล้ว
ฮือๆ จะทำไงดี ต้องไปฝึกงานด้วยชุดนักศึกษาฟิตๆ
แล้วก็กลับมาพร้อมความเหงาด้วย
ทุกอย่างดูเปลี่ยนไป เพื่อนๆก็ฝึกงานกันหมดอ่ะ
ตอนนี้ก็เรยเบื่อๆ แล้วก็ไม่รู้ว่าอาทิตย์หน้าฝึกงานจะเป็นไงบ้างอ่ะ
แล้วเพื่อนล่ะเป็นไงกันบ้าง
คนที่ฝึกงานก็มาเล่าสู่กันฟังบ้างเด้อ
ใครไปเที่ยวไหนก็เอารูปมาดูกันบ้าง
ส่วนเรายังไม่ได้ทำอะไรเรย กลับบ้านก็ไปอยู่บ้านเฉยๆ เล่นกะน้องไปวันๆ
ขี้เกียจพิมพ์ละ ไงก็เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะ
และทุกคนก็สู้ๆ
คิดถึงทุกคนเรยนะ...........รักจ้าาา
![]() อยากเที่ยวจังเรยยยยยยย
March 11 จะกลับบ้านแล้วนะนี่ใช่ไหม อะไร อะไรที่เคยคิด
ชีวิตที่มีแต่ฉัน ต่อจากนี้คงตัวคนเดียวอย่างที่คิด นี่หรือที่ใจต้องการ นี่ใช่ไหมที่ฉันเคยฝันตลอดอยู่ในใจ ชีวิตที่ไม่มีเธอรู้สึกเหมือนมันขาดอะไรไปไม่เข้าใจ เก็บเรื่องราวที่มันเก่าๆใส่กล่องไว้ มองเห็นแล้วมันปวดร้าว รูปถ่ายเราไปเที่ยวด้วยกันเมื่อตอนนั้น ตอนนี้ยิ่งดูยิ่งเศร้า ไม่มีเสียงคำคำของเขาที่เราได้เคยฟัง ไม่มีใครให้คอยมาไถ่ถาม เหลือเพียงแค่ความทรงจำ ที่ย้ำให้รู้ว่า เธอใช่ไหม ที่หัวใจของฉันผูกพัน และคือเธอเท่านั้น วันนี้ฉันเพิ่งจะเข้าใจ ไม่มีเธอมันดูเหงาๆ ยิ้มเศร้าๆบอกตัวเองไว้ นี่ยังไงโลกที่ไม่มี เธอแล้ว ขาดเธอไปวันนี้ จึงได้เจอความหมาย ไม่มีเธอวันนี้ ฉันถึงเข้าใจ เธอใช่ไหม ที่หัวใจของฉันผูกพัน และคือเธอเท่านั้น วันนี้ฉันเพิ่งจะเข้าใจ ไม่มีเธอมันดูเหงาๆ ยิ้มเศร้าๆบอกตัวเองไว้ นี่ยังไงโลกที่ไม่มี เธอแล้ว เธอใช่ไหม ที่หัวใจของฉันผูกพัน และคือเธอเท่านั้น วันนี้ฉันเพิ่งจะเข้าใจ ไม่มีเธอมันดูเหงาๆ ยิ้มเศร้าๆบอกตัวเองไว้ นี่ยังไงโลกที่ไม่มี เธอแล้ว นี่ยังไงโลกที่ไม่มีเธอแล้ว ฟังเพลงนี้กันยัง เพลงผูกพันของบอย ตรัยอ่ะ เพราะดีนะ ความหมายก็ดี ลองไปหาฟังกันดูนะ
พรุ่งนี้ก็สอบวันสุดท้ายแล้ว ดีใจจัง แล้วก็กลับบ้านทันที ดีจัง
ช่วงนี้รู้สึกแย่ๆอีกแล้ว ทำอะไรไม่ดีกะใครไปก็ขอโทษละกันนะ
ก็คงรู้กันดีว่าเราอารมณ์แปรปรวนบ่อย
ไม่ได้อยากเป็นหรอกนะ แต่มันก็ห้ามไม่ได้ทุกที
ก็พยายามจะแก้มันอยู่
เพื่อนๆเปงไงกันบ้าง
เราไม่ได้อัพตั้งนาน คิดถึงกันบ้างมั้ยเนี่ย
พรุ่งนี้ แอม เอม เดียร์ ก็จะโกอินเตอร์กันอีกแล้ว
เดินทางโดยสวัสดิภาพนะพวกแก
ขอให้สนุกมากๆ มากกว่าครั้งงที่แล้วเยอะๆ
ขอให้ได้ตังเยอะๆ
เจอเพื่อน เจอเจ้านายดีๆนะ
เราขอไปเตรียมตัวสอบพรุ่งนี้ก่อน ทุกคนก็สู้ๆเหมือนกันนะ
ขอให้สนุกกับ summer กันทุกคน
แล้วจะเข้ามาอัพบ่อยเท่าที่จะทำได้
เข้ามาคุยกันบ้างนะ
January 19 วันนี้ว่างเบื่อๆๆๆๆ แล้วก็เบื่อ
เฮ้อ ก็แบบว่าคะแนนที่เพิ่งสอบ ออกเร็วจนไม่ทันตั้งตัว
แล้วมันก็ดันแย่ซะด้วย เฮ้อ.....
ช่างมันเถอะพรุ่งนี้ เดี๋ยวมันก็คงดีเอง(หวังว่า อ่ะนะ)
ใกล้จะหมดอีกเทอมแล้วอ่ะ มันช่างเร็วจริง
ได้ที่ฝึกงานแล้วด้วย
เป็นบริษัทเล็กๆอ่ะ แต่ได้ฝึกตรงสาขาก็โอเคแล้ว
แต่ก็แอบตื่นเต้นอยู่ดี
ช่วงนี้อารมณ์แปรปรวนบ่อยอีกแล้ว
(ห้ามถามว่า ประจำเดือนมารึเปล่านะเฟ่ย เพราะมันเพิ่งจากไป)
แต่แบบว่า อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยอ่ะนะ อิอิ
ตอบคำถามหลายๆคนที่สงสัยมา เรื่องหัวจายยยยยยยยย
มันว่างเปล่าไร้คนเคียงคู่เหมือนเดิม
แง....ช่วยหาให้หน่อยจิ
แบบว่ามันก็ปีสามแล้วอ่ะนะ
กลัวland&houseจะมาเสนอขายคานทองนิเวศน์อ่ะ
เก็บรูปสวยๆมาฝากนะ
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ภาพจากนิตยสารสุดสัปดาห์จ้า January 03 สวัสดีปีใหม่จ้าHappy New Year 2007
ขอให้มีความสุขกันมากๆ
คิดอะไรก็สมหวัง
get A เยอะๆ
คนโสดขอให้สมหวังเร็วๆ
คนมีคู่ก็รักกันนานๆ
สุขภาพแข็งแรง
ปล.ขอให้น้ำทิพย์และโอปอ มีแฟนหล่อๆ ดีดี รวยๆ เร็วๆภายในหนึ่งเดือน(เค้าขอมา)
December 20 บังเอิญมากๆ สำหรับเพื่อนๆชาวaf 3 จ้า![]() ![]() ![]() ![]() และแล้ว กาลเวลาก็ผ่านไปหนึ่งปี จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ปีนี้ทาง VOLUME ก็ได้ให้โอกาสผมในการวาดการ์ตูนบั่นทอนปัญญาของ AF3 เพื่อลงตีพิมพ์ใน VOLUMEฉบับเกี่ยวกับนักล่าฝัน AF3 อีกครั้งเหมือนปีก่อน ถึงแม้ว่าปีนี้จะไม่ได้วาดแบบเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนตอน AF2 เลย(ซึ่งต้องขอบคุณมา ณ ที่นี่อย่างมาก) บังเอิญsearch คำว่าลมหนาว ก็ไปเห็นรูปมิ้น af3 แล้วก็เป็น web นี้ เค้าเป็นนักวาดรูป(มั้ง) แต่เค้าเจ๋งมากเลยอ่ะ ชอบๆ ขอบคุณมากเลยนะคะ ที่ยอมให้copy ได้ webที่มา http://imome.exteen.com/
December 11 ไม่รู้ทำไม???สมองมันตื้อๆไงไม่รู้
กะว่าจะอัพสเปซซะหน่อยเพราะเบื่อไม่รู้จะทำไรดี
แบบว่ามันขี้เกียจอะนะ
แต่ไปๆมาๆ ก็ไม่รู้จะพิมพ์เรื่องไรดี
และก็สงสัยมากเลยว่าทำไม........
........ทำไมเราถึงอยากอัพสเปซนะ
ทำไมไม่อ่านหนังสือทำการบ้าน
ทำไมไม่ดูละคร นอนพักผ่อน
คำตอบที่ได้ก็คือ.....
เพราะมันรู้สึกดีอ่ะ
สเปซมันเหมือนมีสายใยความสัมพันธ์อยู่อ่ะ
แบบว่าเหมือนได้คุยได้สื่อสารกะเพื่อนๆ
(เพราะว่าไม่ค่อยมีตังโทรศัพท์ อิอิ)
เล่าเรื่องราวให้ฟังดีก่า
แบบว่าที่เราเคยบ่นเรื่องอ้วนไปอ่ะนะก็....
อิอิ เหมือนเดิม มันลดไม่ได้อ่า...
ก็มีเทศกาลให้กินบ่อยก็อย่างเช่น
กินพิซซ่ากะเอม แอม แพรว
(แม้พิซซ่าจะอ้วนแต่เราก็ดีใจที่ได้กิน เพราะได้เมาท์กะพวกแก อยากเจอพวกแกอีก)
อาทิตย์ก่อนไปสยามกะเดียร์นุ่น ก็กินไอติม
(เออ อยากบอกพวกแกว่าดีใจที่ได้เจอพวกแกว่ะ และก็อยากเจออีก คิดถึงพวกแกนะ)
วันเสาร์ก็ไปกินหมูกะทะมา
(ก็แบบว่านิดนึง ฉลองอะไรนิดหน่อยอ่ะนะ)
ต่อจากนั้นก็มีคนเลี้ยงมนต์นมสด(ของฟรีไม่กกินได้ไงเน๊อะ)
วันนี้ไปสยามก็ไปกิน cafe de tu อีก กินทั้งข้าวทั้งเค้ก เฮ้อ จะผอมได้ไง
วันนี้เรยได้รองเท้ามาคู่นึง แพงที่สุดในชีวิต 632
แต่....มีคนนึงโกงเรา ก็เรากะอวี่ซื้อรองเท้า
แล้วเค้าก็แถมนาฬิกามูลค่า 590 บาท
แต่....โอปอ บอกว่าแลกซื้อ 150 เรากะอวี่ไม่เอา โอปอเรยเอาแทน
แต่....ปรากฏว่ามันฟรี ไม่ต้องเสียตัง เรากะอวี่ก็เรย เสียจายยยยยย
แต่มะเป็นไรหรอก เราจะหาทางแก้แค้นให้ได้ 555
ใกล้สอบแล้น ยังไม่รู้วันสอบบางวิชาเรย เลยไม่อ่านหนังสือซักที
ตั้งใจอ่านหนังสือนะเพื่อนๆ เราจะพักผ่อนเผื่อ
แบบว่าเราขี้เกียจ 5555
November 28 วันนี้จะเล่านิทานให้ฟังยัยอ้วนคนนึง..................นังอยู่หน้าคอม
ยัยอ้วนคนนี้.......กำลังคิดว่าวันนี้ตอนเย็นจะกินอะไรดีน้า
sisler....mk..........pizza....ramen...
ข้าวมันไก่...ข้าวขาหมู....ก๋วยเตี๋ยว
แล้วหล่อนก็นึกขึ้นมาได้ว่า...
เคยมีคนพูดกะเธอว่า...
"อ้วนขึ้นนะนี่"
"ดูซิ กลมไปทั้งตัวเลย"
เธอจึงตั้งปนิธานว่า
"ชั้นจะผอม"
"ชั้นจะกินน้อยๆและจะไปฟิตเน็ต"
"วันที่1 ผ่านไป นี่ๆ ชั้นผอมรึยัง ไปฟิตเน็ตมา"
เพื่อนที่รักก็ตอบว่า........ยัยบ้าไปมาวันเดียวมันจะผอมได้ไง
วันที่2 และ3 ก็ยังไปต่อ
แต่หลังจากนั้น
ไม่ปหรอกวันนี้งานเยอะ
ไม่เอาวันนี้เหนื่อย
ฮื่อ!วันนี้ขี้เกียจอ่ะ
จากยำ ผลไม้ กลายเป็น พิซซ่า ต้มยำกุ้ง ข้าวมันไก่
จนวันนี้ขณะที่เธออยู่หน้าคอม....ผุงมันก็ปลิ้นออกมา...เสื้อก็รัดติ้ว อย่างอัปลักษณ์ที่สุด
ยัยอ้วน
ไม่ได้ว่าใครนะ ทั้งหมดที่กล่าวมาคือข้าพเจ้าเอง
อ้วนซะแล้นเรา แต่ยังไงก็น่ารักเหมือนเดิมนะ
เพื่อนๆร่วมเป็นกำลังใจเชียร์กันด้วยนะ
เราจะผอมลง.........ซักวันนึงอ่ะนะ
วันนี้เอาแค่นี้ก่อนบ่นเพียงพอแล้นจ้า November 17 อะไรกำหนดชีวิต???ก็ไม่รู้ว่าอะไร ทำให้เรามาพบกัน
ทั้งที่มันไม่น่าจะเป็นไปได้
เธอก็มีโลก ของเธอ.....
ต่างกับฉันมากมายและไม่มีอะไรเลยที่คล้ายกัน
ถ้าถามว่าชอบเธอมั้ย?
สบตาแล้วถูกใจมั้ย?
ก็ตอบว่าใช่ เป็นอย่างนั้น
จะเป็นลิขิต จากฟ้าหรือว่าปาฏิหาร
อะไร ยังไง มันคงไม่สำคัญ
..........เท่ากับวันนี้ฉันมีเธอ....
ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้
อะไรเป็นสิ่งนำพาให้เรามาพบกัน
มันเเปลกมากเลยเน๊อะ การที่ใครๆ ได้รู้จักกัน
ทำไมต้องเป็นเรา ทำไม่เราไม่ไปอยู่โรงเรียนอื่น ทำไมเราไม่ไปอยู่คณะอื่น
ทำไมเราไม่ไปwork ที่อื่น ที่ผ่านมาทั้งชีวิต
คุณรู้จักคนมากี่คน มีกี่คนที่สามารถรักษาความสัมพันธ์ให้ยั่งยืน
ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน แฟน อาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง เพื่อนร่วมงาน....
บางคนรู้สึกเวลาแค่นิดเดียวเราก็รู้ใจกันได้
บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตเรียนรู้กัน และก็ยังคงทำต่อไป
บางคนไม่รู้จักแค่เห็นหน้า ก็อยากจะเห็นหน้านั้นไปเรื่อยๆ....
เจอกันทุกวันจนเป็นสิ่งที่คุ้นชิน
บางคนห่างกันไปไกลกลับไปกี่ทีก็เหมือนเดิม.....
ไม่อยากจาก ไม่ต้องพูดก็เข้าใจกัน
อยากบอกเพื่อนๆและทุกคนในชีวิต ว่าที่ผ่านมาไม่ว่าเรื่องดี เรื่องร้ายแค่ไหน
ดีใจที่มีทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ไม่เคยอยากแก้ไขอะไร
แต่อยากย้อนเวลากลับไปในหลายๆช่วง..........
เพื่อเก็บความรู้สึกตอนนั้นให้มากกว่านี้
มีใครเปงบ้าง
อย่าลืมนะเพื่อน ทำดีดี เก็บความรู้สึกดีดี
มีคนอีกมากมายที่อาจจะเจอกันแค่ครั้งเดียวแต่ประทับใจไปอีกนาน
คงไม่อยากเสียดายว่า ทำไมตอนนั้นเราไม่ทำอย่างนั้นน้า
เราเป็นบ่อย พยายามแก้เหมือนกัน
เมื่อวานพยายามตามหาคนที่เคยปลื้มเมื่อในอดีต
ก็แบบว่าsearch ในเน็ต ประมาณนั้น
แต่ก็ไม่เจอ เฮ้อ
อยากรู้ว่าตอนนี้เค้าเป็นไง
ก็อ่ะนะมันเคยรู้สึกดี แต่มันนานมากแล้ว
อยากรู้เค้าหน้าตาเปงไงเราถึงได้ปลื้มขนาดนั้น
หวังว่าคงจะรู้ในซักวัน
ดูดิ ขนาดคนที่จำหน้า ไม่ได้ ไม่เคยเจออีกเลย
ยังไม่ลืม อยากเจออีกๆๆๆ
แล้วคนที่เห็นหน้ากันทุกวัน มันจะตัดใจได้ไงกัน
ถ้าเรามีใคร แล้ววันนึงเราต้องเสียใจ
ก็ขอฝากฝังให้ช่วยดูแลกันหน่อยเน้อ
เราคงจะอาการหนักมาก
แต่ตอนนนี้ไม่ต้องเป็นห่วง
ยังไม่มีใครเลยอ่า
อิอิ
วันนี้พิมซะเยอะ
ไปดีกว่า คิดถึงทู้กคนเลย จริงๆนะ
จุ๊บๆ
แต่ก็ทำไม่ได้ ตัดใจไม่ได้ซักที.....เพลงของพี่นัทสุดสวยของเราเอง
อย่าลืมไปหาฟังกันนะ Sleepless society
ปล.ขออัพเดทข่าว พี่มอส ของเราเพิ่งบวชไป ขออนุโมทนาด้วยค่ะ
พี่นัทไป อีเต๋าก็ไป แต่ไม่ได้นั่งด้วยกันนะ หน้าเต๋าหยั่งกะมหาโจร หึหึ November 14 ว่างๆ กำลังรอเรียนเมื่อวานนั่งเก็บของ(ห้องมันรกอ่ะ) ก็นึกขึ้นได้ว่าต้องโทรหาใครคนนึง
เราก็หยิบโทรสับขึ้นมากดเบอร์ 0...เอ๊ แบบใหม่มันต้องกด 8 ด้วย
081....... ตื้ด..... ตื้ด........... ตื้ด...........now I can't......
เอ๊ แหมไฮโซเชียวนะรับฝากข้อความเป็นภาษาอังกฤษซะด้วย
ซักพัก
.
.
.
เสียงที่คุ้นหู
ใครโทรมาฟะ?
หาโหลลลลลล ๆๆๆๆ
Hello? I'm.......
อึ้ง..........ไป1วิ
อึ้ง..........ไป2วิ
อึ้ง..........ไป3วิ
ซวยแล้น ฝรั่งนี่หว่า
โอเคใจเย็นๆ
เอาหละ Sorry I call the miss number
พูดไปแล้วถูกผิดไม่รู้เว้ย แต่เค้าก็รู้เรื่องนะ
แล้วก็วางไป
เฮ้อ ตกใจไปเลยเรา
November 07 เปิดเทอมอีกแล้วววววววววววววววววววววววววววววววววววเปิดเทอมอีกแล้ว เฮ้อ หลังจากได้พักผ่อนไปได้ไม่นาน
และเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้
ไม่รู้จะพิมพ์ไรดีอ่ะ หึหึ
ใครอยากรู้เรื่องราวอัพเดทของเรานะก็.............
เหอะๆ เหมือนเดิม ไร้หนุ่มคู่ใจ
การเรียนก็เรื่อยๆ เปื่อยๆ ก็เห็นจะมีแต่สุขภาพนี่แหละที่ดูไม่ค่อยดีเท่าไร
และที่สำคัญมั่กมาก....แง น้ำหนักขึ้นไป 3 โลแล้วจ้า ทำไงดีอ่ะ และก็มีแต่คนทักว่าอ้วนๆๆๆ
เอาเปงว่าจะพยายามลดละกันนะ เพื่อใครก็ไม่รู้ อิอิก็เพื่อตัวเองนั่นแหละ
ปีนี้ได้ไปลอยกระทงที่แม่น้ำเจ้าพระยาด้วย กลางแม่น้ำเลย
ก็แบบว่านั่งเรือไปลอยตรงกลางอ่ะแล้วก็ปล่อยกระทง ก็ดีนะบรรยากาศดี แต่.......
ก็ลอยไปยังไม่ทันจะ 5นาทีก็จมเลย ก็ไอ้เรือลำที่พาเราไปลอยนั่นแหละ มันขับกลับมาเหยียบกระทงจมโม้ดดดด
พอกลับมาเล่าให้พี่ที่ขายผลไม่ในซอยฟัง เค้าก็บอกว่าสงสัยจะขึ้นคานซะละมั้ง ฮือๆ ม่ายยยนะ
โอ๊ะไปเรียนดีกว่า ตั้งใจเรียนนะทุกคน แล้วจะมาอัพอีก September 19 มาแล้นนนนนนนนนนนนนนนนนนหายไปนาน แต่ก็คงจะไม่มีใครรอคอยเราหรอก ใช่มั้ย
ตอนนี้ก็ไม่มีไร ชีวิตก็เรื่อยเปื่อยเหมือนเดิม จนเบื่อและเหนื่อยใจ
การเรียนก็แย่ลงโดยที่ไม่มีเหตูผลเลย.............
คนอื่นเค้าการเรียนแย่เพราะความรัก แต่เราไม่มีนี่...
คนอื่นเค้าทำรายงานหัวปั่นแต่เราก็ไม่มี...........
คนอื่นบ้านไกลเดินทางเหน็ดเหนื่อย เราอยู่หอโคตรจะใกล้ ก็ยังเหนื่อย
ความขี้เกียจที่ไม่เคยมี มันมาจากไหนมากมาย
ความตั้งใจ พยายามที่เคยมีมันหายไปไหน
ความคิดดีๆที่เคยมีก็มีอะไรบ้าบอมาแทนที่
วันๆใช้ชีวิตแบบไร้แก่นสาน
ควบคุมตัวเองไม่ได้ทั้งๆที่ไม่เคยเป็น
ทำไงดีอ่า.............
เพื่อนเก่าๆที่รู้ว่าตอนนี้เราเป็นไงคงตกใจกันมาก
เราเปลี่ยนความคิดไปมากมาย
ไม่ชอบเลย.......
ไม่อยากจะโทษแต่การที่เราไปทำอะไรบางอย่างที่แปลกใหม่
มันอาจทำให้เราสำคัญตัวผิด คิดว่าตัวเองเก่ง
การไปใช้ชีวิตที่แปลกใหม่ การมีเรื่องสนุกๆ ทุกวันมันก็ทำให้เคยตัว
มันทำให้เราเบื่อการเรียน เบื่อชีวิตเรียบง่ายไปวันๆ
เบื่อทุกอย่างเพราะมัวแต่คิดถึงสิ่งที่ผ่านมาแล้ว
ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะปรับสภาพจิตใจตัวเองกลับมาได้
สำหรับเพื่อนเก่าแก่ที่รู้จักกันเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นจะได้มาอ่านมั้ย
แต่อยากสารภาพว่าถ้าเธอเคยเห็นมุมที่แย่ๆของเรามากๆ
เราเคยกำจัดมันออกไปได้เยอะเรามั่นใจ
เราเคยควบคุมและบังคับให้ตัวเองทำตัวดีๆได้
แต่ขอสารภาพอย่างรู้สึกแย่มากมายนิสัยแย่ๆตอนนั้นมันกลับมาอีกแล้ว
และตอนนี้ก็ไม่รู้จะกำจัดมันไงดีอ่า..........
คิดถึงพวกแกนะ ตอนนั้เรามีความสุขมากมาย อยากเจอพวกแกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
July 30 บ้าไปแล้วววววววววววววววววววววววววเบื่อจัง ตอนนี้มีแต่เรียนๆๆๆๆๆ แล้วก็สอบๆๆๆๆๆ เลยเริ่มรู้สึกใกล้บ้า ไม่อยากอ่านหนังสือ ไม่อยากอยู่เฉยๆ ทำไงดี อยาก..............ไปwork อีก ตอนนี้เค้าเริ่มสมัครกันแล้ว เฮ้อ โคตรอยากไปเลย ตอนนี้ก็ถึงขั้นเพ้อ ฝันก็ฝันถึงเพื่อนที่ทำงาน วันๆ ก็เฝ้าพรำเพ้อ ทำไงดี........ควบคุมชีวิตตัวเองไม่ได้แล้ว ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้เลย วันๆ อยู่ไปยังกะคนไร้แก่นสานในชีวิต
เมื่อวานไปดูโคตรรักเอ็งเลยมา สุดยอด ให้ข้อคิดดีนะ "แสดงวามรักก่อนที่คนรักจะไม่อยู่รับ" ดีดี แต่ว่า มันไม่มีคนรักให้แสดงความรักอ่ะสิ เฮ้อ ใครที่มีก็รักกันดีๆ นะ ดูแลคนรักให้อยู่นานๆนะ
นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง โลกเราช่างกว้างไกล เคยรู้สึกว่าเอเชีย กับอเมริกา มันช่างห่างกันแสนไกล ไม่เคยคิดจริงจังว่าอยากจะไปเหยียบมัน จนไปถึงมันโดยไม่รู้ตัว รู้สึกว่าทำไมมันใกล้กว่าที่คิดล่ะ จริงๆแล้วเราก็คนเหมือนกันนะ เพื่อนมนุษย์ร่วมโลกเดียวกัน มาถึงวันนี้ไม่อยากจะเชื่อว่าอยู่ดีๆ เราก็ได้ทำอะไรที่ไม่เคยคิดอยากจะทำ ทำให้รู้ว่าโอกาสมันเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน มันจะมาเมื่อไรก็รู้ จะมีโอกาสอะไรมาบ้าง เพราะฉะนั้น มีโอกาสอะไรเข้ามาก็รีบคว้าไว้ก่อน ไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหนก็พยายามกับมันให้ถึงที่สุด
July 04 ขอเล่าต่อน๊า....Italy rides operater
....ถึงเวลาแห่งความหม่นหมองที่สุดแล้ววววววววววว
เมื่อพวกเราไปถึงได้ระยะนึง สวนสนุกซึ่งเราจะเรียกสั้นๆว่าปาร์ค ก็ใกล้เปิด เราทุกคนจะได้รับการตรวจสารเสพติดจากฉี่และเส้นผม ซึ่ง.........อิอิ เราผ่านนะ ต่อมาก็เป็นการแจ้งตำแหน่งงาน ซึ่งปาร์คของเราเนี่ยชื่อ บุช การ์เด้น โซนยุโรป ในปาร์คก็จะแบ่งเป็นโซนๆ ประกอบด้วย อิตาลีที่รัก(ของเราเอง) เยอรมัน(ทางผ่านทู๊กกกกวัน) เฟสต้า(ยัยหื่นเอม คุมเกมอยู่ที่นั่น) อังกฤษ(ของยัยแอมจอมถึก) ฟร้านและนิวฟร้าน(แพรวชอบไปแอบกินไอติมฟรี) ไอร์แลนด์(โชว์สวย นักแสดงหล่อ) ปรากฏว่า เราได้รับตำแหน่ง คุมเครื่องเล่นในอิตาลี ตอนแรกก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย จนได้มารู้ในอีกไม่กี่วันต่อมาว่า...ชั้นเป็นคนไทยคนเดียวในตำแหน่งนี้ T_T เพียงแค่นั้นเราก็เริ่มมีปัญหาในชีวิตแล้ว แต่....คุณจะรู้ว่าการคิดถึงเรื่องที่แย่ๆมันดีกว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นมั๊กมั่กกกกกกกกกกกกกก ซึ่งเรื่องก็คือออออ วันแรกที่เราไปทำงานเราต้องใช้เวลาประมาณ 2ชั่วโมงในการรออีตาชอน ซึ่งเป็นซุปเปอร์ไวเซอร์(ขอเรียกสั้นๆว่าซุป) คุมอิตาลีทั้งหมด รอจนทนไม่ไหวจึงไปถามหาคนอื่นจึงได้เข้าสู่italy rides ไปเจอซุปเล็กที่ชื่อเบร็ท จึงทำให้เกิดวันทีร่แย่ที่สุดวันนึง เพราะเราต้องคอยเดินตามเบร็ทและฝรั่งคนอื่นๆตลอดทั้งวันและต่อมาอีก2วัน เพราะเราเพิ่งมาจึงต้องให้คนอื่นเทรนให้ ซึ่งขอบอกว่าพวกมันแย่มากกกกกกกกมันหน้าบูดบึ้งตลอดเวลา ไม่ค่อยอธิบายอะไร แต่มีคนๆนึงคือนิค ที่คุยกะเราตลอดทำให้วันนั้นจบลงดีกว่าที่คิด และหลังจากนั้นเราต้องทนทรมานอีกระยะนึง จนสวรรค์เห็นใจส่งเพื่อนๆมาให้ ทำงานไปซักพักเราก็เริ่มสนิทกับเพื่อนชาวฟิลิปปินที่เป็นเอเชียที่เหลืออีกหนึ่งคน และเค้าก็ดีกะเรามาก และต่อมาก็มีเพื่อนๆจากแอเรียโฮส(ทำความสะอาด)จากโซนเฟสต้าโดนส่งมาช่วย เพราะโซนเราเป็นเครื่องเล่นที่ต้องเปิดทุกครั้งที่ปาร์คเปิด แต่พวกฝรั่งโซนเรามันมาทำวันจันทร์ถึงศุกร์ไม่ได้จึงต้องเอาคนเอเชียมาทำ ทำให้เรามีความสุขจากการทำงานขึ้นเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เราอยากไปทำงานทุกวันที่พวกเพื่อนมาทำ แต่วันที่พวกมันไม่มาเปลี่ยนเป็นฝรั่งมาทำเราก็จะไม่อยากไปแต่ก็จำเป็นต้องไปเพื่ออออออออออออเงิน หลังๆเราจึงไม่ค่อยเจอพวกฝรั่งและรู้สึกว่าปาร์คนี้เป็นของพวกเราคนไทย บางครั้งมันก็เกิดเรื่องแย่ๆ
-เมย์(มินนี่)หกล้มที่เครื่องเล่นต่อหน้าแขก
-นุ่น(ชาด)ไม่ได้เบรก
-เราโดนแขกด่า
-เดียร์โดนซุปว่า
แต่ที่สุดแล้วเราก็ดีใจที่พวกเราได้มาทำงานตรงนี้ร่วมกัน ได้มีกันและกัน คอยช่วยกัน คอยปลอบโยนกัน ดีใจจริงๆที่มีพวกแกอยู่เป็นเพื่อน ขอบใจนะสำหรับทุกๆอย่าง เมย์เคยบอกว่า "เราทำจนชินกับมันไปแล้วว่ะ จากที่เกลียด ไม่ชอบ ไม่อยากทำ จนรู้สึกว่า ทำได้ ไม่รู้สึกไรแล้วอ่ะตอนนี้"เราอยากบอกแกว่าเราก็เป็นแบบแกมาก่อน มาวันนี้เราก็ชินและทำใจกับมันได้แล้วเหมือนแก แต่เราชอบมันไปแล้วแหละ และอยู่ๆมาก็รักมันจนได้ เราว่าแกอาจจะรักมันได้เหมือนที่เรารักมัน(ในที่สุดอ่ะนะ)
เพื่อนของช้านนนนนนนนนนน
noon-เป็นแอเรียโฮสที่ต้องมาทำที่นี่ แต่มันก็ชอบนะ(ชอบฝรั่งในโซนเราอ่ะ แต่เราไม่ค่อยหนับหนุนเพราะมันนิสัยไม่ดี)
minnie-เป็นแอเรียโฮสที่โดนมาทำบ่อยสุด มันไม่ชอบมากๆ ในตอนแรก แต่ตอนหลังก็เริ่มทำใจได้ มาบ่อยจนแทบจะย้ายโซนแล้ว
dear-แอเรียโอสอีกคน คนนี้สุดยอด มันแน่มากมันกล้าหลับตอนอยู่ในหน้าที่ ขอนับถือ
claudine-เพื่อนคนฟิลิปปิน ดูแรงๆ แต่คนฟิปก็เป็นอย่างนี้แหละ แต่เค้าก็ดีกะเรา เสียแต่หลังๆ ชอบพ่นควันบุหรี่ใส่เรา
krisma-คนฟิลิปปินอีกคน แต่โดนส่งมาช่วยบางครั้ง นิสัยดีมากๆ
พวกฝรั่งมัน
brett-ซุปโดยตรงของเรา อายุแค่17 เอง แต่มันดูมีวุฒิภาวะเยอะ หน้าก็แก มันชอบเรอใส่คนอื่น ชอบพูดภาษาไทยว่า ใช่ๆๆๆๆๆๆ เพราะมันรู้อยู่คำเดียว อิอิ
nik- ตอนแรกมันดีมากเลยนะ ชวนคุย ทักทายตลอด แต่ตอนหลังมันเริ่มออกลาย มันชอบทำงานเบาๆ และสั่งให้คนอื่นทำ
cameron-คนที่เห็นรูปเราบอกว่ามันหล่อ เท่ห์ แต่เราสงสัยว่าตรงไหนวะ มันจะเงียบๆ แต่นิสัยก็โอ ไม่เลวร้ายเหมือนใครบางคน
jared-เราไม่ค่อยคุยกะมัน เพราะชื่อมันเรียกยากมาก เรียกไม่เคยถูกเลย แถมมันยังนิสัยแย่มากกกกกกกกกกกกที่สุดในโซน มีอยู่ครั้งนึงมันใช้ให้เราไปเอาบานาน่าโบ้ทที่ใช้เข็นขยะ ทั้งๆที่มันเป็นของหนักผู้ชายควรทำ เราเลยรู้ว่ามันไม่มีความเป็นgentle man เลยแม้แต่เศษเสี้ยวนึง
aeron-มันชอบเอาหน้าต่อหน้าซุป ปกติมันจะขี้เกียจแต่พอซุปมาก็บอกว่าเหนื่อยมากเลย แหวะ ทุเรศ มันเคยจัดตารางให้เราทำแต่เครื่องเล่นเหนื่อยส่วนมันเลือกแต่เครื่องเล่นสบายสบาย แต่สุดท้ายด้วยนิสัยมัน มันก็โดนย้ายไปเป็นแอเรียโฮส สงสารมันเหมือนกัน แต่ถ้านึกถึงเวลาที่มันทำกับเราความสงสารก็หายไปทันที
darreall-ดาเลว ครูคนแรกของเรา ช่วงแรกๆ มันดุ หน้าโหดมาก แต่มันคงเป็นบุคลิกของคนดำมั้ง แต่หลังจากที่มันไม่เจอเรานาน(เพราะมันทำช่วงที่เราไม่ทำ เราทำช่วงที่มันไม่ทำ) มันก็ดีกลับเราขึ้นมาอย่างหน้าแปลกใจ
reven-คนดำผู้หญิงคนนี้ดีกะเราสุด เค้าเป็นคนตลก วันดีคืนดีก็ลุกขึ้นมาร้องเพลง เต้น แล้วบอกให้เราเต้นด้วย เค้าเคยบอกเราว่าเค้ารู้นะว่เราจะไปเล่าให้เพื่อนฟังว่าเค้าบ้า อย่าไปบอกนะ เค้าไม่ได้บ้า เค้าบอกเราว่าคนดำcrazy ทุกคน แต่แต่ละคนก็ต่างกันไป เราได้พิสูจน์แล้วว่ามันเป็ฯอย่างนั้นจริงๆ
lisa- ผู้หญิงดำอีกคน ดุ แต่เค้าเป็นที่ทำให้เรารู้สึกดีมากๆ ก่อนที่จะจากมา ตอนแกเรานึกว่าเค้าจะไม่ชอบเรา แต่เค้าบอกเราว่าเราเป็นmy favorit ของเค้า
topez-เจ๊คนนี้อารมณ์ไม่ค่อยอยู่กะร่องกะรอย บางวันก็ปิดประตูตึงๆใส่แขก คนทำงานด้วยอย่างเราก็กลัวจะตาย แต่โชคดี เค้าไม่เคยลงกะเรานะ
tyra-เจ๊หัวทองกวาว คอตั้งตัวยืดตรงตลอดเวลา ดูหยิ่งๆ แต่เวลายิ้มที่นึงนะ น่ารักมากเลย
ashery-สาวน่ารักคึกคักตลอดเวลา แต่แปลกไม่ชอบเครื่องเล่นเด็กเลย เราไปทำเครื่องเล่นเด็กต่อจากเค้าทีไร แทบจะกอดเราทุกที
สิ่งที่น่าแปลกมากคือ เราไม่ชอบฝรั่งโซนเราเลย เบื่อมันมากๆ จนเคยทำให้ร้องไห้ ทำให้ไม่อยากไปทำงาน ตอนนั้นเป็นอย่างนั้นจริงๆ เรื่องเงินไม่สนแล้ว ถ้าให้ชั้นหยุดจะดีใจมาก แต่พออยู่ๆไป พอเริ่มไม่เจอมัน มันไม่มา ก็กลับคิดถึงมัน อยากให้มันมาทำ เวลามีคนใหม่ๆเข้ามาในโซนทั้งๆที่นิสัยดีกว่า แต่เราก็จะคิดถึงพวกที่นิสัยไม่ดีอย่างพวกมัน เห็นคนใหม่ๆเข้ามาเทรนก็หวนนึกถึงตอนที่พวกมันเทรนให้เรา สุดท้ายเราเลยต้องขอแชะรูปเอาไว้ แต่ก็ได้ไม่ครบทุกคน บางคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราจะกลับเมืองไทย เฮ้อ พวกมันจะคิดถึงเราบ้างมั้ยนะ แต่อยากจะบอกว่าเราน่ะ คิดถึงพวกมันมากมายยยยยยยยยย อยากกลับไปอีกจัง อยากรู้ว่าตอนนี้ทำอะไรกันบ้าง สนุกมั้ยยยยยยย แต่เรามีประสบการณ์ที่ดีจริงๆ ขอบคุณทุกคนนะ
ขอโทษน๊าที่ยาวไปหน่อย ขี้เกียจอ่านก็ไม่ต้องอ่าน ไม่เป็นไร แต่เม้น ให้หน่อยนะ
June 19 จากคนละฟากฟ้ามาถึงวันนี้ก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าเราได้โกอินเตอร์มาแล้วจริง เฮ้อ! คิดถึงเหมือนกันนะไปอยู่มาตั้ง 2เดือนกว่า เหมือนเป็นบ้านอีกหลังนึงไปแล้ว ขอสารภาพตรงๆ ว่าตอนจะกลับรู้สึกใจหายมาก และยังไม่อยากกลับเลย รู้สึกผิดเหมือนกัน ที่ไม่ค่อยคิดถึงเมืองไทย แต่เราก็มีเหตุผลนะ
ก้าวแรก
เมื่อก้าวลงจากเครื่องบินก็รู้สึกว่า อ้าวมาถึงแล้วหรอนี่ เรามาเหยียบมันแล้วจริงๆ แล้วชีวิตของเราต่อจากนี้อีกประมาณ2เดือนกว่าๆจะเป็นไงน้า แต่ไงก็เถอะเราก็จะต้องสู้อยู่ต่อไปให้ได้ เมื่อก้าวออกมาจากสนามบิน โอ้วววววววววว หนาวโคตรๆ ดีๆ เสื้อหนาว(เอสกิโม)ที่เอามาจะได้ใช้ให้คุ้ม เมื่อรถที่มารับเริ่มขับไป มุ่งหน้าสู่ที่พักที่เรายังคิดสภาพไม่ออกเลยว่ามันจะเป็นยังไง พวกเราก็เริ่มสงสัยและงงงวย เพราะสภาพรอบด้านที่ขับผ่านมันดูช่างเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย จนเราก็มารู้ต่อมาไม่นานว่าเมืองที่เราไปนั้นมันเหมือนเป็นเมืองชนบทที่คนอเมริกาเค้ามาพักผ่อนกันช่วงวันหยุด อากาศมันดีมากเลยนะ บรรยากาศก็สวยมากแต่.............ฮือ มันดูเหงาๆ และที่สำคัญที่สุดคือ......มันหา second job ยากอ่ะ ต่อมาเราก็ต้องเดินทางไปซื้อของบ้าง ไปเที่ยวบ้างและสิ่งที่ไม่ค่อยดีอีกอย่างคือ มันมีรถเมลล์ชั่วโมงละ 1 คันเท่านั้น และต้องดูเวลาให้ดีเพราะถ้าพลาดก็แย่ไปเลยเพราะต้องรอไปอีก 1 ชั่วโมง
international village
บ้านที่เราพักอยู่นั้น มีเฉพาะพวกเราคนไทยและเพื่อนๆชาวฟิลิปปินส์เท่านั้น แต่รวมๆแล้วก็ประมาณ 300-400 ละมั้ง ไทยกะฟิลิปปินส์ครึ่งๆ ซึ่งพวกเรากะฟิลิปปินส์ก็ไม่ค่อยถูกชะตากันซักเท่าไร เราจะเรียกพวกฟิลิปปินส์ว่าหลอดไฟ คงเข้าใจกันดีว่าเพราะอะไร แต่บางคนก็เรียกว่าปิกาจูซึ่งเราก็ไม่เข้าใจว่าทำไม ที่บอกว่าพวกเราไม่ค่อยถูกชะตากะหลอดไฟเพราะ พวกหลอดไฟเกือบทุกคนสูบบุหรี่และไม่มีความเกรงใจกันเลย พวกมันสูบกันไปทุกๆที่พ่นควันใส่คนอื่นอยู่ได้ และพวกมันก็ขโมยของด้วย มีเพื่อนเราคนนึงลงไปซักผ้า กลับไปเอาอีกทีน้ำยาซักผ้าหมดขวดแล้ว และเค้ามีเหตุผลยืนยันว่าเป็นพวกหลอดไฟแน่ๆ อีกเรื่องก็เรื่องของกินในตู้เย็นที่หายกันบ่อยมาก ซึ่งคนไทยหายกันถ้วนหน้าแต่ไม่รู้ว่าพวกหลอดหายกันบ้างมั้ย มีอยู่ครั้งนึงมีหลอดมาถามว่ากระทะอันนี้ของเรามั้ย เราตอบว่าไมใช่ มันก็เอาไปใช้เลย ต่อหน้าพวกเรา เราทุกคนก็งงเลยครับ และที่บ้านพักก็จะมีพฤตติกรรมแปลกให้ดูเยอะ บางครั้งพวกหลอดมันก็จูบปากกันทั้งๆที่มันเป็นเพื่อนกัน ไม่ใช่แฟน มีอยู่ห้องนึงมีผู้ชายฝรั่งอยู่ในห้องกะผู้หญิงที่เป็นหลอดตลอดเลย บางคนบอกว่าพวกหลอดมันขายด้วยแหละ แต่อันนี้เราไม่รู้ข้อเท็จจริง แต่ก็ไม่ได้แย่กันทุกคนนะ เพื่อนที่ทำงานกะเราก็ดีนะ และอีกอย่างที่ตลกคือเวลาขึ้นรถไปทำงานพวกหลอดมันจะพยายามมากที่จะแทรกเพื่อที่จะได้ขึ้นก่อเกือบทุกคน เวลาลงก็เหมือนกันจะรีบมากจนคนไทยชอบแอบนินทากันว่ามันกลัวจะไม่ได้ไปกันรึไงวะ
วันนี้เอาแค่นี้ก่อนแล้วค่อยมาต่อนะ รูปก็จะตามมาเร็วๆนี้ |
|
|